• 3
  • 0
  • 1
  • 2

  
เล่าสู่กันฟัง
โรงเรียน พอ.ธ ในความทรงจำ(ของดิฉัน)

โดย :mpimsarn เมื่อวัน  เสาร์ ที่ 24 เดือน มกราคม พ.ศ.2558


 

 

      สมัยวัดธัมมารามอยู่ที่ถนนฮอยส์ ดาวน์ทาวน์ชิคาโก วันอาทิตย์หลังโรงเรียนเลิกแล้ว ตอนขากลับบ้าน พี่แป้ว (คุณจันทร์เพ็ญ สาทิสสะรัต) มักจะแวะมาเล่าสรรพคุณของร.ร. วัด ให้ดิฉันฟังอยู่เสมอ มาแต่ละครั้งเล่าแต่ว่า ที่ร.ร.วัดธัมมาราม ดียังงั้น ดียังงี้.

 

                      " ตอนนี้ปุ้มกับปีเตอร์อ่านเก่ง เขียนเก่งแล้ว

 

      นานๆเข้า ดิฉันทนฟังคำโฆษณาชวนเชื่อของพี่แป้วไม่ไหว ประกอบกับลูกๆเป็นเพื่อนซี้กัน  ดิฉันจึงยอมหอบลูก 3 หลาน 2 มาเรียนที่วัดธัมมารามแห่งใหม่ ณ ถนน 75 ข้างบริดจ์วิว หลังจากทางวัดเขาปัดกวาดเสียดูดี เรียกว่าดีกว่าเดิมแสนๆเท่า

 

      มาตอนแรกๆ บอกตรงๆว่าเบื่ออ..มากๆ เพราะใจห่วงแต่ที่บ้าน เสื้อยังไม่ได้ซัก นม ผ้าอ้อม ขนมปัง ใกล้จะหมด ที่สำคัญห่วงคุณยายที่อยู่กับลูกคนเล็กตามลำพังที่บ้าน แม้ว่าคุณแม่จะบอกว่า "ไม่ต้องห่วงใครโทรมาหลานๆบอกว่า ให้พูดว่า 

 

                    " ฮีน้อคโฮม!! หรือไม่ก็ รองนัมส์เบ่อส บางครั้งตอบทั้งสองเลยก็มี  (คุณแม่มาอยู่ได้ 3 - 4 ปี ภาษาอังกฤษเยี่ยม  พูดอะไรมี S ต่อท้าย เสมอ )

 

                                             

 

          

 

     พอลูกเข้าเรียนแล้ว บางวันไม่มีอะไรทำ เราก็นั่งฟังพี่ๆเขาคุยกันเรื่องลูกบ้าง เรื่องทางบ้านบ้าง สลับกันไป  คนมีฝีมือทางด้านการทำอาหาร มักจะเข้าครัวเตรียมสแนคให้เด็กๆทาน ดิฉันไม่มีฝีมือ อย่างดีก็คอยช่วยพี่เขาเก็บกวาด ล้างชาม ถูพื้น เลิกเรียนแล้วรีบพาลูกกลับบ้าน เป็นอย่างนี้ทุกวัน จนตอนหลังๆชักเริ่มชิน..กับวัดธัมมารามมากขึ้น

 

     ไปส่งลูกนานๆเข้า ก็เริ่มรู้จักพระคุณเจ้าบ้าง จนได้งานค่อนข้างที่จะถูกโฉลกกับตัวดิฉัน คือ ได้ไปนั่งโก้อยู่ที่ห้องโรงพิมพ์ของวัด ช่วยพระท่านติด แปะภาพ ติดเรื่องราวต่างๆที่พิมพ์แล้ว ตรงไหนมีผิด ก็หาตัวอักษรมาเปลี่ยนใหม่ ตอนนั้นสายตายังแจ๋ว (ยากยังไง..ทำได้หมด ) สนุกกับการทำงาน คิดในใจว่า ยังไงๆก็สนุกกว่ายืนทำกับข้าว ล้างถ้วย ล้างชามอยู่ที่บ้านก็แล้วกัน แอบสังเกตว่าพระท่านทำหนังสืออย่างไร สะสมไว้เป็นความรู้ เราทำไม่เป็น แต่เราพอจะรู้ว่าอะไรทันสมัย อะไรเชย เลยได้งานที่โรงพิมพ์วัดธัมมารามตลอดมา เพิ่งมาเกษียณเมื่อ 4 ปีหลังนี่เอง

 

      การทำหนังสือที่โรงพิมพ์วัด มีเรื่องยาวเล่าให้ฟังคงไม่จบ ทำตั้งแต่สมัยพระครูศรีธรรมปฏิภาณ พระครูโพธิธรรมวิเทศ (อดีต: พระมหายรรยง ฐานวโร ) พระวรญาณวิเทศ (อดีต : ดร.พระมหาพยอม กิตติโสภโณ ) เอาเป็นว่าบางครั้งเครื่องพิมพ์มันรวน พิมพ์กระดาษออกมาเป็นภูเขาเลากา ใช้ไม่ได้ มีทั้งจางจนมองไม่เห็นภาพ จนมืดตื้ดตือ ดิฉันกับพระไสว  (คุณไสว เท่าสาร ช่างภาพมือทองของสมาคมสื่อฯ ชิคาโก ณ ตอนนี้ ) สองผนง.โรงพิมพ์ ต้องแอบเอาไปทิ้ง เพราะกลัวเจ้าอาวาส...จะเดินมาเห็น

 

                  "หลังจากโยมโทษพระ พระโทษเครื่อง ดีว่า...เครื่องกับกระดาษเถียงไม่ได้ ทุกอย่างเลย...จบลงด้วยดี"

 

       วันไหนที่ว่าง ท่านเจ้าคุณ พระสุธีรัตนาภรณ์ / พระเทพประสิทธิมนต์ (สมณศักดิ์ของพระเดชพระคุณพระพรหมวชิรญาณ ในตอนนั้น ) ท่านมักจะเดินมาที่ห้องโรงพิมพ์ เพราะท่านชอบการทำหนังสือมาก มาแล้วท่านจะเปิดหนังสือที่ทางวัดทำดู ดูเสร็จมักจะเตือนเสมอว่า

 

                 "....ทำหนังสือวัด ต้องช่วยกันดูให้เรียบร้อยนะ อย่าส่งไปทั้งๆที่ผิด... 

       ท่านพูดสั้นๆแต่พอท่านเดินออกไปแล้วนี่ซิ ทำให้เราคิดหนัก ต้องรีบหยิบหนังสือมาพลิกดูอีกครั้งว่า เรียบร้อยไหม??

 

       พี่พะเยาว์ หลิมปัญญา (ถึงแก่กรรมแล้ว )พี่แก้วเรือน ขึ้นแสน(ตอนนี้กลับไปอยู่ที่เชียงใหม่ ) มาวัดก่อนดิฉัน มักจะเล่าให้ฟังว่า ท่านเจ้าคุณท่านเก่งมาก เก่งทุกอย่าง

 

                 "…ถ้าไม่มีท่าน รับรองลูกๆเรา ไม่มีทางได้เรียนภาษาไทยกันหร้อก."... 

 

 

       ดูซิตอนนี้ใครๆก็ส่งลูกมาเรียน ขนาดอยู่ถึงต่างรัฐก็ยังอุตส่าห์มา ยิ่งได้คณะครูอาสาฯจากคณะครุศาสตร์จุฬาฯ มาสอนด้วย คอยดูเถอะปีต่อๆไป นักเรียนต้องเพิ่มอีกจนไม่มีที่เรียน...

ดิฉันฟังพวกพี่ๆเขาพูดกัน นึกในใจ..." พี่ๆที่วัดนี่เก่งจริงๆ ทั้งคล่องแคล่ว เข้าผู้ใหญ่เก่ง พูดจาฉะฉาน

 

                " คนอยู่แต่บ้าน...อย่างดิฉัน ไม่ค่อยได้พูดกับใคร เลยดูไม่เป็นเรื่องเอาเสียเลย "

 

        และก็เป็นจริงอย่างที่คิด พอผู้ปกครองรู้ข่าวว่าคณะครูภาคฤดูร้อนจะมาสอน ต่างพาลูกหลานมาสมัครกันใหญ่ จนมีปัญหาเรื่องห้องเรียน เรื่องจะสร้างโรงเรียนใหม่ เลิกฝันได้เลย เพราะไม่มีเงิน !?!

       ทางกรรมการวัดหันหน้ามาช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไรให้มีห้องเรียนให้พอกับเด็กนักเรียนในตอนนั้น ผลสุดท้ายก็ได้คำตอบง่ายๆ เริ่มด้วยการแบ่งห้องอเนกประสงค์ที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ ซอยออกเป็นห้องๆแล้วทำที่กั้น เลื่อน- ปิิด- เปิดได้ เวลาต้องการใช้ สมัยนั้นเราตื่นเต้นกันมาก โอ๊ย !คิดได้ยังไงเนี่ย เจ๋งจริงๆ สุดยอดๆ ไชโย ไชโย คราวนี้เรามีห้องเรียนแล้ว ไชโย.....

 

              "เฮ้อ! คราวนี้ ดูแล้ว ไม่ค่อยเหมือนร.ร. วัดหน่อยนะเธอ....ว่าไหม?"

 

       พอมีห้องเรียน...ก็ยังไม่หมดปัญหา!  บรรดาผู้ปกครองพากันบ่นอีกว่า 

 

               "ลูกอิฉันเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเลยเจ้าค่า เพราะ...เสียงมันตีกันยุ่ง" 

      กรรมการวัดก็ไม่รู้จะทำยังไง เลยตอบให้หายรำคาญไปว่า...

 

            "เอาเถอะน่า ยังไงๆก็ยังดีกว่าเก่า จะให้ทำยังไง... ก็เราบันดาลได้แค่นี้ "

                           (..ท่อนท้ายนี่ ดิฉันแอบต่อเอง)

 

     ช่วงไหนโรงเรียนปิด ทางวัดก็เลื่อนม่านกั้นห้องออก เป็นห้องโถ่ง ถ้ามีงานวัด มีดนตรี  ร้องรำทำเพลง ก็ว่ากันบนเวทีเล็กๆในห้องอเนกประสงค์นั่นแหละ ประกวดนางสงกรานต์ นางนพมาศ ประกวดกระทง ประชุมใหญ่ ประชุมย่อย ก็จัดในห้องนี้เช่นกัน คิดดูแล้ว ไม่ทราบว่าอยู่ได้กันอย่างไร...ตอนนั้น?

 

 

      คราวใดมีศพมาตั้ง ก็เลื่อนที่กั้น เปิดเป็นห้องให้แขกที่มางานได้นั่ง ส่วนที่เหลือยังปิดไว้ใช้เป็นห้องเรียน บางครั้งเจ้าภาพคนรู้จักเยอะ ตั้งศพนาน 3- 4 วัน ทางวัดต้องกั้นห้องปิดตลอดเพื่อไม่ให้เด็กเห็น แต่พอเด็กๆเริ่มฟังภาษาไทยเข้าใจ รู้คำว่า " ตาย" แปลว่า dead ก็แอบไปกระซิบบอกเพื่อน แม้ว่าจะกลัว เด็กๆ ก็อดไม่ได้ที่จะไปชะโงกดูบ้าง เด็กบางคนกลัว จนไม่อยากมาโรงเรียนก็มี จบงานอะไรก็แล้วแต่ ทางวัดต้องเลื่อนที่กั้นกลับเข้าที่ เพื่อเตรียมเป็นห้องเรียนทุกครั้ง 

 

     จนเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2528 /1985 คณะอาจารย์จากวิทยาลัยครูเพชรบุรีลงกรณ์ เดินทางมาชิคาโก ทางวัดได้จัดการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีไทยของคณะครู ณ ห้องอเนกประสงค์ เพื่อหาเงินตั้งไว้เป็นทุนสร้างศาลาอเนกประสงค์ (ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ ปัจจุบันนี้ ) ช่วงพักการแสดงมีอาจารย์ชาญชัย(ชื่อจากลายเซ็นต์ บนภาพ) จากวิทยาลัยครูเพชรบุรีฯ ได้แสดงการวาดภาพสีน้ำมันด้วยฝ่ามือประกอบการบรรเลงดนตรีไทย ในเพลงเขมรไทรโยค 

     พอเพลงจบ ภาพวาดภาพนั้นจะต้องเสร็จลงพอดี ผู้คนที่ชมอยู่ส่งเสียงปรบมือเชียร์กันอย่างใจหายใจควำ่ เพราะเพลงใกล้จะจบแล้ว อาจารย์ยังตกแต่งน้ำตก เติมปลา เติมนกอยู่เลย โชคดีได้พิธีกรซึ่งเป็นอาจารย์ที่มีมุขตลกมาก สามารถทำให้ผู้ชมหัวเราะได้ตลอด แถมยังรู้จักล้วงกระเป๋าผู้ชมได้ ด้วยการเชียร์ให้ผู้ชมประมูลกัน คืนนั้นเริ่มอุ่นเครื่องประมูลตั้งแต่หลัก 200 เหรียญ...

 

     สงสัยคืนนั้นเศรษฐีชิคาโกหลายท่านคงติดธุระ มาไม่ได้ ดิฉันเลยได้เป็นเจ้าของภาพน้ำตกไทรโยคภาพแรกในคืนนั้น ในราคาเพียง1,000 เหรียญ คืนต่อมาเศรษฐีอินเดียนา และจากรัฐเคนตั๊กกี้มาเจอกัน ยุ่งแล้วคราวนี้ ภาพน้ำตกไทรโยค ราคาสูงขึ้น ถึง 4,000 และ 5,000 หรือ 6,000 เหรียญ? (ขอโทษ นึกไม่ถึง งง จนจำไม่ค่อยได้ ) ทำให้ทางวัดได้เงินเตรียมไว้สร้างศาลาอเนกประสงค์ ถึง10,000 หนึ่งหมื่นเหรียญ ในชั่วพริบตา   รายได้ทั้งหมดทั้ง ( 2 คืน )ทางวัดได้นำไปสมทบกองทุนเพื่อนำไปสร้างศาลาอเนกประสงค์ วัดธัมมาราม ต่อไป

 

 

     

     และในงานฉลองสมณศักดิ์พระราชรัตนาภรณ์ ( สมณศักดิ์พระพรหมวชิรญาณตอนนั้น ) เมื่อวันที่ 26-27 พฤษภาคม 2528  ณ วัดธัมมาราม พระเดชพระคุณฯได้มอบปัจจัยทั้งหมดที่ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนถวาย ตั้งเป็นกองทุนไว้สร้างศาลาอเนกประสงค์วัดธัมมาราม 

 

         " สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดพระราชทานชื่อ ศาลาอเนกประสงค์วัดธัมมาราม นี้ว่า " ศาลาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ Queen Sirikit Hall " เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2536 "

 

     การสร้างศาลาอเนกประสงค์ ทางคณะกรรมการก่อสร้างตั้งใจจะให้สมาคม ชมรม ต่างๆได้มาใช้ห้องชั้นบนของศาลาฯ แต่คงเนื่องจากทางวัดไม่มีสถานที่ให้เด็กเรียน และทางสมาคม ชมรมฯ อาจจะไม่ค่อยสะดวกที่จะมาใช้สถานที่สมาคมฯที่วัด ทางวัดจึงใช้ห้องเหล่านั้นเป็นที่เรียนของนักเรียนร.ร.พอ.ธ และร.ร. ภาคฤดูร้อน มาจนถึงทุกวันนี้

 

     การเรียนการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยในตอนแรกๆ(ณ ห้องอเนกประสงค์เก่า) คณะครูอาสาฯกำลังไฟแรง ตั้งใจมากเป็นพิเศษ พวกแม่ๆแต่ละคนก็คอยประกบครูแจ ส่งลูกแล้วก็คอยสอดส่องดูว่า ครูสอนเป็นยังไงบ้าง? ครูคนไหนดุ ครูคนไหนใจดี (ธรรมชาติของผู้เป็นแม่)  เวลาปลอดครู ผปค. จะแอบเอาไปเม้าท์กันเป็นประจำที่ห้องอาหาร 

 

     พอดีได้ครูใหญ่คนแรก คุณครูจันทวัน สุ่นศิริ ที่เก่ง มีประสพการณ์พอตัว และไว ทันคุณแม่มหาภัยทั้งหลาย ทุกอย่างเลยดำเนินไปอย่างราบรื่น ยิ่งพอคณะครูมาให้เด็กเล่นละคร ร้องเพลงเรือ เพลงฉ่อย ลำตัด จนออกงานได้ ผู้หลักผู้ใหญ่เป็นปลื้มครู..

 

                                   "โอ้โฮ สอนเก่งจังเลย อย่างนี้ไกลยังไงก็ต้องมา"

 

 

     ดาราเอกของโรงเรียนในตอนนั้น คือ ลีโอ(ประวิทย์ กอบสมบัติ) ลูกชายคุณประสิทธิ์-คุณไพลิน กอบสมบัติ และก้อง (นพ. เกริกเกียรติ เลิศบูรพา) ปีเตอร์  (วฤธ สาทิสสะรัต )และแพตตี้ (ดวงกมล ชินรัตนา ) ลูกสาวคุณสมมาตร ชินรัตนา ญาติๆกับครอบครัว วีสันเที๊ยะ ที่เรารู้จักกันดีในทุกวันนี้ สี่คนเล่นเรื่องพระอภัยมณีเรื่องเดียว ดังเป็นพลุ ผู้ใหญ่ออกปากชมกันเป็นแถว แถมตอนปิดภาคเรียนเล่นละครสั้นอีกเรื่อง "คุณยายครับ ผมขอโทษ" เรียกทั้งน้ำตาและเสียงฮาจากผู้ชมกันตรึม เรียกว่า แจ้งเกิด อย่างช่วยไม่ได้ ดังมาก

     แถมมาตอนหลัง สงสัยจะเป็นความคิดของพระคุณเจ้า อยากให้เด็กนักเรียนได้บวชพระ บวชสามเณรภาคฤดูร้อน  แถมเณรที่มาบวชเป็นดาราเอกของวัดเสียด้วย และก่อนลาสิกขายังเทศน์ให้ญาติโยมได้รับฟังอีก คราวนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง และเพื่อนๆของเณรดารา ยิ่งทึ่งเข้าไปอีก 

 

                            ".... เห็นมั๊ย ถ้าไม่มาเรียนที่วัด แล้วจะเทศน์ได้อย่างนี้หรือ ??? "

                       

    ลูกๆเล่าว่า เณรสองรูปนี่ได้รับซองมาก จนเพื่อนๆแอบไปขอดูปัจจัยที่ได้รับ ในห้องน้ำ หลังจากนั้นไม่นาน รู้สึกว่าชื่อเสียงร.ร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์ และร.ร. ภาคฤดูร้อนวัดธัมมาราม จะขจรขจายไปตามเมืองต่างๆรอบรัฐอิลลินอยส์ ผู้ปกครองต่างรัฐส่งลูกมาเรียนมากขึ้น เด็กนักเรียนที่มาเรียนทุกปีรู้สึกอบอุ่น

 

                             " เพราะมีเพื่อนรักเพื่อนสนิท เป็นคนไทยที่ ชอบข้าวเหนียว ไก่ทอด ขนมจีนราดด้วยน้ำปลา หรือน้ำพะโล้ เหมือนๆกัน มาเรียน 

                                                ความรักของเด็กไทยในตอนนั้นเบิกบานอย่างกับดอกไม้รอบๆวัดธัมมาราม ในช่วงสปริง "

 

     คณะกรรมการวัดรุ่นนั้นมี นพ.พิพิธ เจียมมงคลทิพย์ , นพ. ประเสริฐ เหลืองเกษร, นพ.พนม พึ่งเชิดชู ,นพ.ยุคล เลิศบูรพา , นพ.สกุล ตันเสียงสม , คุณประเสริฐ วัฒนวิกย์กรรม์ , นพ.นคเรศ เทพชาตรี  , คุณไพศาล อินทรกำแหง , คุณรังสรรค์ อิ่มศร , ดร.อนันต์ พ่วงทรัพย์ , ,คุณบัญญัติลักษณ์ ซองกูเลีย ,คุณนุสรณ์ บำรุงผลดี, คุณวิไล เจียมมงคลทิพย์ , คุณสุนันทา ลัดดากลม ,คุณสุจิตรา บุญเรือง , คุณประเสริฐ บูรณธรรม ,  คุณประเวศน์ สุวรรณอำไพ ,คุณสุภิสาร อรรถพิทย์ ,คุณสุรพล ตันตยาคม , คุณจันทร์เพ็ญ สาทิสสะรัต ,คุณสำเริง ปิติกะวงษ์ ,คุณครูสุชาติ ศิริทูล, คุณครูประภัสสร ภาวิไล ,คุณครูสุภางค์ โชติประดิษฐ์ ,คุณครูอุบลวณา ทรัพย์ยิ่ง , คุณครูผิวพรรณ (อับดินนาบิ )ไชยอรรถ และพี่ๆแม่ๆ ที่จากเราไปแล้วอีกหลายท่าน อาจจะตกหล่นท่านใดไปบ้าง ต้องขอโทษไว้ ณ ที่นี้ 

 

                              " ทุกท่านต่างช่วยกัน ทำให้ลูกหลานของเรา...มีวันนี้ได้ "

 

 

 

     และในวันนี้ ภาพต่างๆที่ทุกคนได้เห็น ไม่ใช่แต่ดิฉันเท่านั้นที่เห็นแล้วจะปลื้มและรู้สึกภูมิใจ ดิฉันคิดว่าผู้ใหญ่ทุกท่านที่เคยเป็นผู้ช่วยปั้น ก่อสร้าง วัดธัมมารามแห่งนี้มาตั้งแต่วัดเก่า ณ ถนนฮอยส์ ในดาวน์ทาวน์ชิคาโก ก็คงยิ้มอย่างภูมิใจและชื่นชมที่ได้เห็นกิจกรรมต่างๆ ณ วัดธัมมาราม เจริญก้าวหน้า เห็นกรรมการรุ่นใหม่ทำงานกันอย่างเต็มกำลังทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 

 

           " ผู้ปกครองที่ต้องทำงานหลักในแต่ละวัน สู้เสียสละเวลามาช่วยโรงเรียน คณะครูอาสาฯทั้งในชิคาโก และจากประเทศไทย ต่างมีอุดมการณ์เดียวกัน คือ ทำเพื่อเด็กไทยของเราทุกคน "

 

      

      ขอแสดงความยินดีกับ คณะครูร.ร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดธัมมาราม  คณะครูอาสาฯ  กลุ่มผู้ปกครอง กราบนมัสการระลึกถึงพระคุณคณะสงฆ์ที่เป็นหลักสำคัญของวัดธัมมาราม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน 

 

                      และที่จะลืมไม่ได้ คือ พระคุณอันล้ำค่า ของพระเดชพระคุณพระพรหมวชิรญาณ ทีมีต่อโรงเรียนวัดธัมมาราม ตลอดมา 

 

 

                       ขอให้ลูกหลานชาววัดธัมมาราม โปรดจำไว้เสมอว่า 

 

           "..เรามีวันนี้ได้... ก็เพราะด้วยความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของผู้ใหญ่ในอดีตของวัดธัมมาราม ..."  ทั้งเวลา สติปัญญา กำลังกาย กำลังทรัพย์  ท่านมอบให้พวกชนรุ่นหลัง ณ วัดธัมมาราม จนหมดหัวใจ.....

    

  

                       และขอให้เราทุกคนจงช่วยกันถือธง นำวัดธัมมารามของเราให้เจริญ ก้าวหน้า ต่อไป ตราบจนนานเท่านาน ขอเป็นกำลังใจ

 

       

 

                                                                                                         วรรณดี เลิศบูรพา

 

                                                                             อดีตประธานกลุ่มผู้ปกครองนักเรียน ร.ร. พอ.ธ ปี 2533 / 1990

 


ขอบคุณภาพในอดีต และปัจจุบัน :  คุณวรกิจ มิตรกุล          สื่อมวลชน ชิคาโก

                                               คุณศิริวัฒน์ ทองภู่น้อย (ถึงแก่กรรม ) สื่อมวลชน ชิคาโก

                                               คุณชุมพล เจริญเปี่ยม    สื่อมวลชน ชิคาโก

                                               คุณไสว เท่าสาร            สื่อมวลชน ชิคาโก

 

 



เข้าชม : 2072


เล่าสู่กันฟัง 5 อันดับล่าสุด

      โรงเรียน พอ.ธ ในความทรงจำ(ของดิฉัน) 24 / ม.ค. / 2558
      ทรงพระเจริญ 4 / ธ.ค. / 2557


 


Home      About us      News      Calendar      Webboard      Knowledge      Contact us      Login      Admin      กรรมการอำนวยการ